แกงกะหรี่ปลาทูน่า
แต่ครั้นอยากกินกลับต้องขับรถตระเวนหาร้านที่ถูกใจ เพราะใครๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแกงหม้อนี้ทำยากและใช้เวลานาน คนสวยจัดให้ทั้งที เมนูนี้จึงทั้งทำง่าย ประหยัดเวลา และได้ประโยชน์ครบครัน เราแปลงโฉมแกงกะหรี่เดิมๆ ให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการใช้ปลาทูน่า ซึ่งมีโปรตีนชั้นดี มีโอเมก้า 3 บำรุงสมอง ทั้งยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด แถมใช้นมถั่วเหลืองแทนกะทิ สาวๆ จึงอร่อยได้แบบไร้ห่วงยาง จะช้าอยู่ไย เข้าครัวกันดีกว่าจ้ะ
ส่วนผสม ปลาทูน่าในน้ำมันพืชทีซีบี 1 กระป๋อง น้ำพริกแกงกะหรี่ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำนมถั่วเหลือง 2 ½ ถ้วย มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำต้มสุก 1 ½ ถ้วย หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ 1 หัว พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียง 2 เม็ด น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ 1. รวนน้ำพริกแกงกับน้ำมันพืชจนหอม ใช้ไฟปานกลาง 2. ใส่น้ำนมถั่วเหลืองลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปึก คนให้เข้ากัน รอจนน้ำแกงเดือด 3. ใส่มันฝรั่งและหอมหัวใหญ่ตามลงไป เคี่ยวมันฝรั่งและหอมหัวใหญ่จนนุ่ม 4. ใส่ปลาทูน่าลงไป รอจนน้ำแกงเดือด 5. ใส่พริกชี้ฟ้า ยกลง ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ Tips 1. เลือกใช้ปลาทูน่าในน้ำมันเพราะรสชาติเข้ากันดีกับแกงกะหรี่ 2. หลังจากใส่ปลาทูน่า ไม่ต้องเคี่ยวนาน เพราะอาจทำให้เนื้อปลาเละ
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 315 |
Thailand food Conference 2011
The 1st ASEAN's Advanced International Food Conference
การประชุมวิชาการด้านอาหารครั้งสำคัญของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน ภาย ใต้แนวคิด Creative Food Creative Thailand
March 3-5, 2011
IMPACT, MuangThong Thani, Phoenix rooms, Hall 7-8, Bangkok, Thailand
Co-located with health Food and Ingredient Thailand 2011
Register @ www.thaifoodconference.com |
เสียง...ที่ไม่มีใครอยาก ได้ยิน
การกรน (Snoring) เกิดจากกล้ามเนื้อคอคลายตัวขณะหลับ จนทำให้ช่องคอแคบลง ซึ่งส่งผลให้ต้องหายใจเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทางเดินหายใจแคบลงจนถึงจุดหนึ่ง ความแรงของลมหายใจที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ ภายในระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีเสียงกรนตามมา นอกจากนี้ การกรนยังเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เกิดการปิดกั้นของระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อ ภายในระบบทางเดินหายใจ เช่น ลิ้น ลิ้นไก่ เพดานอ่อน คอ หรืออาจเกิดจากสารหล่อลื่น ในระบบทางเดินหายใจลดลง ทำให้เกิดอาการแห้ง และบวม ทางเดินหายใจจึงแคบลง เมื่อหายใจจึงเกิดเป็นเสียงกรน
ผู้ชายมี อัตราการนอนกรนมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะคนอ้วน ผู้สูงวัย ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ หรือโรคจมูกอักเสบ ผู้ที่ทำงานหักโหม หรือออกกำลังกายมากเกินไป นอกจากนี้ การดื่มสุรา สูบบุหรี่จัด กินยานอนหลับ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กรนได้ หากช่องคอแคบลงอีกเรื่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการอุดตันในช่องคอแบบชั่วคราว ทำให้ลมหายใจเข้าออกขาดหายไปชั่วขณะ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งหากใครมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพราะหากปล่อยเอาไว้ อาจเป็นบ่อเกิดของโรคอื่นๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด อัมพาต ตลอดจนทำให้มีปัญหากับคนใกล้ชิด |
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 1 จาก 8 |